เยอรมัน ฮัมบูร์ก

เยอรมัน ฮัมบูร์ก เมืองในฝัน

เยอรมัน ฮัมบูร์ก

 

เยอรมัน ฮัมบูร์ก เมืองในฝัน – Hamburg อ่านว่า ฮัมบูร์ก หรือ ถ้าอ่านเป็นภาษาอังกฤษก็คือ ฮัมบวก ถ้าจะอ่านให้เป็นดอชย์จ๋าเลย ก็ต้องออกเสียง อิก ที่ตัว จีเลยจะกลายเป็น ฮัมบูร์กอิก ออกเสียง อิก เบาๆที่ลำคอให้กลืนไปเป็นคำเดียวกัน ฮัมบูร์ก เป็นทั้งชื่อเมืองและชื่อแคว้น เยอรมันจะแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 แคว้น หรือใครจะเรียกรัฐก็เรียกไปไม่ว่ากัน แต่ฉันเปิดพจนานุกรมเห็นคำแรกที่แปลคือ คำว่า แคว้น

เที่ยว Hamburg เเน่นอนเลยว่าสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวยังดินเเดนที่สวยงามอย่างยุโรปนั้น มีหลายๆ คนที่ชื่นชอบในเรื่องของบรรยากาศที่สุดเเสนจะโรเเมนติก เเละช่วยสร้างความประทับใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวมานักต่อนักเเล้ว โดยอย่างที่เยอรมนี นั้นก็ถือได้ว่าเป็นอีกดินเเดนที่มีความสำคัญเเละน่ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยมีเมืองหลายๆ เมืองในเยอรมันที่น่าสนใจอย่างที่เมือง ฮัมบูร์ก ก็นับว่าเป็นอีกจุดที่น่าสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก เพราะเมืองท่าเรือเเห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวของการเป็นเยอรมันได้เป็นอย่างมากดี เเละรับรองได้เลยว่าการมาท่องเที่ยวฮัมบูร์ก ของคุณจะมีเเต่ความประทับใจอย่างเเน่นอน

Hamburg นั้นตั้งอยู่ทางทิศใต้ของคาบสมุทรจัตแลนด์ โดยอยู่ระหว่างสแกนดิเนเวียกับพื้นทวีปยุโรป เเละตั้งอยู่ระหว่างทะเลเหนือกับทะเลบอลติก อีกด้วย โดยชื่อเต็มๆ ของเมืองนั้นก็คือ นครอิสระและฮันเซียติกแห่งฮัมบูร์ก ซึ่งเป็นการเเสดงความเป็นอิสระมาตั้งเเต่ยุคกลางก่อนที่จะรวมเป็นเยอรมันในเวลาต่อมา เมืองเเห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญมากมาตั้งเเต่โบราณ เเละสร้างความมั่งคั่งอย่างมากให้กับเมือง จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังทำให้ ฮัมบูร์ก เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเยอรมัน เเละมีความมั่งคั่งติดอันดับของยุโรปอีกด้วย

ท่องเที่ยวฮัมบูร์ก ในส่วนของตัวเมือง ซึ่งถึงเเม้ว่าจะได้รับการถล่มอย่างราบคาบในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เเต่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจอยู่หลายเเห่งด้วยกัน อย่างที่ หอศิลป์ Hamburger Kunsthalle ก็ถือว่ามีงานศิลป์มากมายจัดเเสดงให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมกัน หรือจะเป็นในส่วนของ ศูนย์ศิลปะร่วมสมัย Deichtorhallen ที่จะเน้นไปที่ศิลปะร่วมสมัยที่มีความเเตกต่างเเละน่าสนใจ ส่วนทางด้านของสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์อย่าง ศาลาว่าการของฮัมบูร์ก นั้นก็เป็นอาคารเก่าเเก่หนึ่งเดียวใจกลางเมืองที่ยังสามารถรักษาความสมบูรณ์เเละสวยงามเอาไว้ได้จนถึงวันนี้ เเละเป็นอีกหนึ่งจุดที่หากคุณมาเที่ยวฮัมบูร์ก เเล้วไม่น่าจะพลาดมาเที่ยวชมให้ได้

เมื่อ Hamburg ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญ เเล้วบริเวณท่าเรือจึงเป็นอีกจุดที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในการมาเที่ยวชม โดยในส่วนของท่าเรือฮัมบูร์ก นั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจอย่าง พิพิธภัณฑ์ทางทะเลนานาชาติแห่งฮัมบูร์ก ที่จัดเเสดงเรื่องราวของการเดินเรือเอาไว้อย่างมากมาย นอกจากนี้เเล้ว เรืออย่าง Cap San Diego ที่ได้กลายมารับหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ ก็นับว่ามีส่วนเเสดงถึงความมั่งคั่งของเมืองเเห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนบริเวณ Speicherstadt และ New Docklands จะเป็นโกดังเก่าที่มีการรีโนเวทใหม่ให้กลายมาเป็นร้านค้า ร้านอาหาร เเละคาเฟ่มากมายหลายต่อหลายร้านด้วยกัน เเละนับว่าเป็นเเหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายทั้ง Miniatur Wunderland ซึ่งเป็นเมืองจำลองที่ชาวเยอรมันนิยมมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ส่วนทางด้านของ สวน Planten un Blomen ก็สวยงามเเละเงียบสงบในเเบบเยอรมัน

คุณสามารถเดินทางท่องเที่ยวฮัมบูร์ก ได้อย่างง่ายดายด้วยโครงข่ายของรถไฟใต้ดินที่ครอบคลุมทั่วเมืองเเห่งนี้ เเละมีสถานีมากมายใกล้จุดท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือคุณจะลองประสบการณ์ใหม่ในการเช่ารถเพื่อขับออกไปบริเวณชายเมืองชมความสวยงามของอาคารเก่าเเก่ต่างๆก็ได้ นับว่าถ้าใครได้มาเที่ยวที่เยอรมัน เมือง Hamburg เป็นเมืองที่ไม่ควรพลาดเมืองนึง ถ้าไม่ได้มาเมืองนี้พูดได้เลยว่ามาไม่ถึงเยอรมันแน่ๆ

 

เยอรมัน สนามบิน 

เยอรมัน สนามบิน สะดวกสบาย

เยอรมัน สนามบิน 

 

เยอรมัน สนามบิน สะดวกสบาย – ประเทศเยอรมันตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของยุโรป เป็นประเทศที่ได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองแห่งเบียร์” ซึ่งนอกจากเบียร์แล้วยังมีไส้กรอกเยอรมันที่ขื้นชื่อด้วย ประเทศเยอรมันเป็นประเทศในยุโรปที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามทั้งทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นทั้งเมืองประวัติศาสตร์ อุตสาหกรรมการผลิต และเมืองแห่งเทพนิยายอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีเมืองหลวงคือ “กรุงเบอร์ลิน” ซึ่งเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดในปะเทศเยอรมันด้วย ประเทศเยอรมันมีภาษาเยอรมันเป็นของตัวเอง หากคนไทยต้องการเดินทางไปเที่ยวประเทศเยอรมันจะต้องทำเรื่องขอวีซ่า ซึ่งเป็นวีซ่า Schengen และสามารถอยู่ได้นานไม่เกิน 3 เดือน จากนั้นก็ง่ายๆ จองที่พักเยอรมันเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย หรือบางคนก็นิยมจองที่พักเยอรมันก่อน เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการขอวีซ่า

สนามบินที่สำคัญของประเทศเยอรมัน

  1. สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต: สนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมัน และเป็นสนามบินหลักของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต สามารถเดินทางเข้าเมืองได้โดยรถไฟท้องถิ่น, รถไฟระหว่างเมือง, รถโดยสารประจำทาง, แท็กซี่ เป็นต้น
  2. สนามบินนานาชาติมิวนิค: สนามบินที่ให้บริการในมิวนิคและบาวาเรีย สามารถเดินทางเข้าเมืองได้โดยรถโดยสารประจำทาง, รถไฟ, รถไฟความเร็วสูงS-BAHN, แท็กซี่ เป็นต้น
  3. สนามบินเบอร์ลิน เทเกล: สนามบินหลักที่ให้บริการของกรุงเบอร์ลิน สามารถเดินทางเข้าเมืองได้โดยรถโดยสารประจำทาง, รถไฟ, แท็กซี่ เป็นต้น
  4. สนามบินอื่นๆ เช่น สนามบินฮัมบูร์ก, สนามบินดึสเซลดอร์ฟ, สนามบินชตุทท์การ์ท, สนามบินโคโลญจน์ เป็นต้น

การเดินทางไปประเทศเยอรมัน

  • จากกรุงเทพฯ บินตรงไปยังประเทศเยอรมันใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 35 นาที
  • สายการบินที่ให้บริการ เช่นเอมิเรตส์‎ (Emirates)การบินไทย (Thai Airways), การ์ต้าแอร์เวย์ (Qatar Airways), เอทิฮัด (Etihad Airways), บริติชแอร์เวย์ (British Airways) เป็นต้น

เคล็ดลับการเดินทางไปประเทศเยอรมัน

  • เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เวลาในประเทศเยอรมันจะช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง และเดือนเมษายน – ตุลาคม เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง
  • คนเยอรมันไม่นิยมทานน้ำแข็งในเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งแตกต่างกับประเทศไทย
  • ใช้สกุลเงินยูโร (EUR)
  • การให้ทิปพนักงานถือเป็นสิ่งที่ควรทำ
  • อาหารที่ไม่ควรพลาด เช่น ขาหมู ชไวนส์ฮักส์ซ, ไส้กรอกเยอรมัน, กอร์ดอน เบลอ หมูทอดสอดไส้ชีสและแฮม, ช็อคโกแลต, เบียร์
  • ประเทศเยอรมันเป็นประเทศที่สามารถไปได้ทุกฤดู ดังนั้นหากต้องการไปเที่ยวช่วงใดควรรีบจองตั๋วเครื่องบินไปเยอรมันในช่วงมีตั๋วโปรโมชั่น
  • ช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวมากที่สุดเพราะจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีและเป็นช่วงที่ตั๋วเครื่องบินไปเยอรมันถูกด้วย

 

ฤดูกาลของประเทศเยอรมัน ประเทศเยอรมันแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาล ได้แก่

  • ฤดูร้อน: ประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิประมาณ 18 – 30 องศาเซลเซียส
  • ฤดูใบไม้ร่วง: ประมาณเดือนกันยายน – พฤศจิกายน อากาศจะเย็นลงและมีฝน ใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดง
  • ฤดูหนาว: ประมาณเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิประมาณ -5 ถึง 5 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อาจมีหิมะตก
  • ฤดูใบไม้ผลิ: ประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคม อากาศเริ่มอุ่นขึ้น ดอกไม้เริ่มบาน

 

ภูมิภาคของประเทศเยอรมัน ประเทศเยอรมันแบ่งออกเป็น 16 รัฐ ดังนี้

  1. บาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก (Baden-Württemberg) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ปราสาท Heidelberg, ทะเลสาบ Titisee, สะพาน Old Bridge
  2. บาวาเรีย (Bayern) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ทะเลสาบ Königssee, ปราสาท Neuschwanstein, ปราสาท Hohenschwangau, BMW Museum
  3. เบอร์ลิน (Berlin) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กำแพงเบอร์ลิน, ประตู Brandenburg, อาคารรัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว, Berlin Dom, Alexanderplatz
  4. บรันเดินบวร์ค (Brandenburg) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Dom St.Peter und Paul in Brandenburg, Westhavelland Nature Park, ทะเลสาบ Beetzsee
  5. เบรเมิน (Bremen) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Bremen Roland, ปราสาท Bremen, Bremer Marktplatz
  6. ฮัมบวร์ค (Hamburg) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Speicherstadt, Miniatur Wunderland, Elbphilharmonie
  7. เฮ็สเซิน (Hessen) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Römer, Niederwalddenkmal, ปราสาท Frankfurt
  8. นีเดอร์ซัคเซิน (Niedersachsen) (ไม่มีสถานที่เที่ยวเด่นๆ)
  9. เมคเลินบวร์ค-ฟอร์พ็อมเมิร์น (Mecklenburg-Vorpommern) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Schwerin Palace, Jasmund National Park, Müritz
  10. นอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน (Nordrhein-Westfalen) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Cologne Cathedral, สวนสนุก Phantasialand, สะพาน Hohenzollern
  11. ไรน์ลันท์-ฟัลทซ์ (Rheinland-Pfalz) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Eltz Castle, Rhine Gorge, Deutsches Eck
  12. ซาร์ลันท์ (Saarland) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Völklingen Ironworks, Cloef, Treetop path Saarschleife
  13. ซัคเซิน (Sachsen) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น พระราชวังฤดูร้อน Zwinger, สะพานหิน Bastei, โบสถ์ Dresden Frauenkirche
  14. ซัคเซิน-อันฮัลท์ (Sachsen-Anhalt) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Brocken, Wernigerode Castle, Woerlitzer Park
  15. ชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์ (Schleswig-Holstein) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Kiel Canal, Holstentor, Trave
  16. ทือริงเงิน (Thüringen) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น Wartburg, Hainich National Park, Kyffhäuser
ธนาคาร เยอรมัน

ธนาคาร เยอรมัน พร้อมอำนวยความสะดวก

ธนาคาร เยอรมัน พร้อมอำนวยความสะดวก

 

ธนาคาร เยอรมัน (เยอรมัน: Deutsche Bundesbank) คือ ธนาคารกลางของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบธนาคารกลางในยุโรป (ESCB) เนื่องด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก ธนาคารกลางเยอรมันถือเป็นสมาชิกที่มีอำนาจครอบงำระบบธนาคารกลางในยุโรป ทั้งธนาคารกลางเยอรมันและธนาคารกลางยุโรปต่างมีที่ทำการตั้งอยู่ในนครแฟรงก์เฟิร์ต

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในปี 1945 พร้อมด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายอักษะ เงินสกุลไรชส์มาร์คของเยอรมันกลายเป็นสิ่งไร้ค่า ฝ่ายสัมพันธมิตรจำต้องเข้ามาฟื้นฟูระบบการเงินในเยอรมันเสียใหม่ โดยจัดตั้งระบบธนาคารกลางแบบคู่ขนานขึ้นในเขตยึดครองเยอรมัน ซึ่งมีโครงสร้างที่ใช้ระบบธนาคารกลางสหรัฐเป็นต้นแบบ ธนาคารกลางแบบคู่ขนานนี้ประกอบด้วย:

ธนาคารกลางประจำรัฐ (Central banks of the states) – เป็นธนาคารกลางของแต่ละรัฐซึ่งอยู่ในการยึดครองของกองทัพสัมพันธมิตรตะวันตก มีเขตอำนาจอยู่ในเฉพาะรัฐหรือโซนนั้นๆ

ธนาคารแห่งรัฐเยอรมัน (Bank deutscher Länder) – เป็นสถาบันที่บรรดาธนาคารกลางประจำรัฐเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ จึงเป็นอิสระจากภาครัฐบาลและการเมือง มีที่ตั้งอยู่ในนครแฟรงก์เฟิร์ต รับผิดชอบการพิมพ์ธนบัตร การประสานงานนโยบายการเงิน และรับผิดชอบงานส่วนกลางเช่น การจัดการการแลกเปลี่ยนเงินตรา

ฝ่ายบริหารของระบบธนาคารกลางแบบคู่ขนานนี้คือ “คณะกรรมการธนาคารกลาง” (Zentralbankrat) ซึ่งประกอบด้วย เหล่าประธานธนาคารกลางประจำรัฐ และบรรดากรรมการของธนาคารแห่งรัฐเยอรมัน

ธนาคารแห่งรัฐเยอรมันได้กำหนดสกุลเงินมาร์คเยอรมัน (Deutsche Mark) ขึ้นเมื่อในวันที่ 20 มิถุนายน 1948 และภายหลังกฎหมายพื้นฐาน (รัฐธรรมนูญ) ของเยอรมันบังคับใช้ในปี 1949 ก็นำไปสู่การจัดตั้งธนาคารกลางเยอรมันก่อตั้งในปี 1957 เพื่อเข้ารับช่วงต่อจากธนาคารแห่งรัฐเยอรมัน (Bank deutscher Länder) ซึ่งเงินสกุลมาร์คนี้ใช้งานจนถึงปี 2002 ก็ถูกแทนที่ด้วยเงินสกุลยูโร

การทำธุรกิจในเยอรมนี ในหลักการ เยอรมนีมีกฎหมายให้การคุ้มครองนักลงทุนต่างชาติอย่างเสมอภาคกับนักลงทุนเยอรมนี หากมีข้อพิพาททางกฎหมาย นักธุรกิจส่วนใหญ่สามารถพี่งพาระบบยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพของเยอรมนี อย่างไรก็ดี การทำความเข้าใจระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก่อน ย่อมเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้า กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษี กฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่กำลังถูกจับตามองในเยอรมนีในขณะนี้

การเงินและการธนาคาร ยูโร (Euro) เป็นสกุลเงินกลางที่ใช้เยอรมนีและในอีก 16 ประเทศ โดยสามารถตรวจสอบอัตราค่าเงินยูโรรายวันได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารกลางแห่งยุโรป (European Central Bank หรือ ECB)

ระบบการเงินและการธนาคาร ระบบธนาคารในเยอรมนีประกอบไปด้วย ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ ซึ่งยังแยกย่อยออกเป็นธนาคารทั่วไปและธนาคารเฉพาะทาง ธนาคารทั่วไป เช่น ธนาคารผู้ให้สินเชื่อและเครดิต ธนาคารออมทรัพย์

สหกรณ์ออมทรัพย์ มีบริการทำธุรกรรมต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจรับฝากเงิน บริการด้านสินเชื่อและพันธบัตร ส่วนธนาคารเฉพาะทาง ได้แก่ สถาบันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารออมทรัพย์เพื่อการปลูกบ้าน หรือสถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจเฉพาะสาขา

ธนาคารขนาดใหญ่ 10 อันดับแรกของเยอรมนี ได้แก่

  1. Deutsche Bank (บมจ.) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครแฟรงค์เฟิร์ต
  2. Commerzbank (บมจ.) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครแฟรงค์เฟิร์ต
  3. KfW (องค์กรมหาชน) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครแฟรงค์เฟิร์ต
  4. DZ Bank (บมจ.) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครแฟรงค์เฟิร์ต
  5. Unicredit Bank AG (บมจ.) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครมิวนิค
  6. Landesbank Baden-Württemberg (องค์กรมหาชน) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครชตุทการ์ท
  7. BayernLB (องค์กรมหาชน) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครมิวนิค
  8. Nord/LB (องค์กรมหาชน) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครฮันโนเฟอร์
  9. Landesbank Hessen-Thüringen (องค์กรมหาชน) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครแฟรงค์เฟิร์ต
  10. Deutsche Postbank (บมจ.) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบอนน์

การโอนเงินระหว่างประเทศ นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นมา เยอรมนีและ 28 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป รวมทั้งประเทศ ไอซ์แลนด์ ลิคเท่นชไตน์ นอร์เวย์ สวิสเซอร์แลนด์ โมนาโค และซาน มาริโน เริ่มใช้ระบบ SEPA (Single Euro Payments Area) ร่วมกัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อเจ้าของบัญชีธนาคารทุกราย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ในการโอนเงินและการหักบัญชีอัตโนมัติ โดยบังคับว่าต้องมีการระบุ

เยอรมัน บาวาเรีย

เยอรมัน บาวาเรีย เมืองในฝัน

เยอรมัน บาวาเรีย 

 

เยอรมัน บาวาเรีย เมืองในฝัน – บาวาเรีย (อังกฤษ: Bavaria) หรือ ไบเอิร์น (เยอรมัน:  Bayern) เป็นรัฐที่มีอาณาเขตใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากรประมาณ 12.5 ล้านคน มีพื้นที่ประมาณ 70,548 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงคือเมืองมิวนิก เชื้อสายประชากรเป็นชาวบาวาเรีย 6.4 ล้านคน, ฟรังโคเนีย 4.1 ล้านคน, และสวาเบีย 1.8 ล้านคนรัฐบาวาเรียเป็นหนึ่งในรัฐที่เก่าแก่ที่สุดรัฐหนึ่งในยุโรป ก่อตั้งขึ้นเป็นดัชชีในกลางคริสศตวรรษที่ 17 ยุกแห่งบาวาเรียเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิสรรเจ้า(Prince-elector) แต่งตั้งจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ในช่วง ค.ศ. 1806 – ค.ศ. 1918 บาวาเรียมีสถานะเป็นราชอาณาจักรบาวาเรียต่อจากนั้นมากลายเป็นรัฐอิสระ (สาธารณรัฐ)

มิวนิก นครใหญ่อันดับ 3 ของเยอรมนี เมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความร่ำรวยทางศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมกอทิก อาหารการกินเลื่องชื่อหลากสีสัน และตำนานความรัก อันอื้อฉาวของพระราชา ซึ่งเป็นที่มาของปราสาทที่โด่งดังไปทั่วโลก

สู่มิวนิกด้วยเทศกาล Oktoberfest เราเดินทางถึงมิวนิกช่วงปลายเดือนกันยายน แล้วต้องพบ ความแปลกใจตั้งแต่นาทีแรก นั่นคือเทศกาลเบียร์อ๊อกโตเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยความที่ไม่ใช่สายดื่ม จึงไม่ได้ ค้นคว้าหาข้อมูลด้านนี้มากนัก บวกกับชื่อเทศกาลที่นึกไปว่าต้องจัดเดือน ตุลาคมสิ ทำให้แปลกใจ แต่แอบดีใจ เพราะจะได้เข้าร่วมบรรยากาศ กินดื่มอันแสนโด่งดังนี้สักครั้งในชีวิต มาเรียนรู้ถึงที่มากันสักหน่อย อ๊อกโตเบอร์เฟสต์มีประวัติยาวไกล ไปถึงปี ค.ศ. 1810 แรกเริ่มเดิมทีคือการจัดงานเฉลิมฉลองงานเสกสมรส ของเจ้าชายลุดวิกกับเจ้าหญิงเทเรซีแห่งแซกโซนี (Therese of Saxony) งานนี้จัดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1810 และพิเศษตรงที่มีการเชิญชวน ประชาชนชาวมิวนิกเข้าร่วมงานด้วย โดยจัดกันที่ลานหน้าประตูเมือง นึกภาพย้อนไปก็คงเต็มไปด้วยบรรยากาศความสุขอันชื่นมื่น เรียกว่า ชาวบ้านก็ได้มีส่วนร่วมกับงานมงคลของราชวงศ์อย่างใกล้ชิดทีเดียว จากจุดเริ่มต้นของงานตรงนั้นได้พัฒนาเรื่อยมานับร้อยปี จนกระทั่ง เป็นเทศกาลประจำปีและสร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก จน ปัจจุบันอ๊อกโตเบอร์เฟสต์ในปี ค.ศ. 2017 คือครั้งที่ 184 แล้ว เทศกาลอ๊อกโตเบอร์เฟสต์ไม่ได้มีแค่การกินดื่มเท่านั้น แต่ยังมีขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ สนุกสนานตระการตาไปทั่วเมืองมิวนิก มีลาน กิจกรรม เครื่องเล่นต่าง ๆ ทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ และมีซุ้มอาหาร เครื่องดื่มกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ แน่นอนว่าพระเอกของงานนี้คือเบียร์และขาหมูเยอรมัน มาถึงที่ แล้วก็ต้องลองบ้างเพื่อสัมผัสบรรยากาศ เบียร์เยอรมันเขาเสิร์ฟกันแบบ แก้วใหญ่ยักษ์ มาพร้อมกับขาหมูหมักเบียร์และนำไปทอดแบบกรอบนอก นุ่มใน คนเยอรมันจะชนแก้วกันเสียงดังเฮฮา เรียกว่าบรรยากาศสุดแสน จะเอะอะมะเทิ่งมาก แต่ก็สนุกสนานสุดเหวี่ยงเต็มที่ และการได้แทรกตัว เข้าไปอยู่ในวงล้อมชาวเยอรมันท่ามกลางอ๊อกโตเบอร์เฟสต์นี่ บอกได้เลย ว่า “ฟิน” จริง ๆ

สำรวจเมืองมิวนิก เราเริ่มต้นเดินชมเมืองมิวนิกกันที่จัตุรัสใจกลางเมือง มาเรียนพลัตซ์ (Marienplatz) ในอดีตสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ ขายของ สารพัดอย่าง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนโฉมหน้าเป็นศูนย์กลางในการจัดงาน ทั้งหลาย ทั้งศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้น พระแม่มารีย์ทองคำบนเสาสูง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสนี้ และเป็นที่ตั้ง ของศาลาว่าการเมืองแห่งใหม่อีกด้วย ซึ่งชั้นล่างของอาคารนี้คือศูนย์ข้อมูล นักท่องเที่ยวนั่นเอง

เรียกได้ว่าเป็นจัตุรัสที่รวมทุกอย่างไว้ครบครัน สีสันของนักแสดง Street Performer ทั้งหลายก็จะมาปล่อยของกันที่นี่ โดยรอบก็รายล้อม ด้วยร้านอาหารและแหล่งช็อปปิ้งมากมาย และกิจกรรมยอดฮิตอย่างหนึ่งที่ พลาดไม่ได้เลยคือ การรอชมตุ๊กตาเต้นระบำบนหอนาฬิกาที่อยู่บนศาลา ว่าการ ซึ่งเขาโชว์กันแค่วันละ 2 รอบเท่านั้น คือ 11.00 น. และ 17.00 น.

เยอรมัน มีอะไรดี

เยอรมัน มีอะไรดี ไปทั้งทีต้องมีของฝาก

เยอรมัน มีอะไรดี

 

เยอรมัน มีอะไรดี ไปทั้งทีต้องมีของฝาก – ทางเรารวบรวมสิ่งที่คิดว่าเมื่อมาเยอรมันแล้วห้ามพลาดที่จะซื้อของเหล่านี้กลับบ้านหรือฝากคนที่เมืองไทยกันนะคะ

แก้วเบียร์ ร้อยละ 90 เลยอ่ะ ถ้าพูดว่าเครื่องดื่มเยอรมันคนจะนึกถึงเบียร์แน่นอน เพราะทางเราก็เป็นอีกคนนึงที่นึกถึง และนึกถึงตลอดเวลาเมื่ออยู่กับเพื่อนๆ ฮ่าๆ และเชื่อมั้ยว่าแก้วเบียร์ของเยอรมันนั้นมีรูปแบบที่หลากหลายมาก มีทั้งหลายรูปแบบราคาไม่ว่าจะทำมาจากเงิน ทำมาจากไม้แกะสลัก หรือแก้วอย่างดีแบบหนา จนทำให้เป็นที่ต้องการจากนักท่องเที่ยวและนักสะสมตัวยงจากทั้งโลก แล้วข้อดีอีกข้อคือถ้าเราขนเบียร์กลับเราจะโดนจำกัดปริมาณ แต่สำหรับแก้วเบียร์เราไม่โดนนะจะกี่ใบก็ว่าไปตามแต่น้ำหนักกระเป๋าจะพอ

ปากกา Lamy เมื่อพูดถึงเครื่องเขียนของเยอรมันทางเราเชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องนึกถึงยี่ห้อ Lamy อย่างแน่นอนเพราะด้วย Design ของปากกาที่โดดเด่นไม่เหมือนยี่ห้ออื่น ยังมาพร้อมกับความทนทาน ตามสไตล์ของสินค้าจากเยอรมันเลย เพราะอย่างนี้แหล่ะน๊าจะไม่ให้เป็นที่นิยมได้อย่างไร?

Cologne 4711 นี่คือน้ำหอมหรือคำเรียกติดปากคนทั้งโลกว่า โคโลจน์ หรือบางคนเรียก Kölnisch Wasser ของเยอรมันที่ผลิตและโด่งดังไปทั่วมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 18 ด้วยการออกแบบที่เรียกได้ว่าสะดุดตาด้วยความคลาสสิคที่ดูดีอยู่ในทุกยุคสมัย และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ (บางคนชอบก็ชอบสุดๆเลยนะ บางคนไม่ชอบก็มี) ถ้าใครอยากรู้กลิ่นกายของหนุ่มเยอรมันเป็นอย่างไร ห้ามพลาดหล่ะ

กระเป๋า Rimowa กระเป๋าเดินทางขวัญใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสัญชาติเยอรมัน ที่ได้รับความนิยมถึงขนาดที่หลายคนยอมทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ที่เยอรมันเพื่อขนกระเป๋า Rimowa กลับเมืองไทยแทน เพราะด้วยความทนทานระดับที่เรียกได้ว่าถึก และอึด(ทนไฟ ทนน้ำในบางรุ่น) แถมด้วย Design ที่คลาสสิคแต่รับรองว่าสวยตลอดกาล เพราะอย่างนี้หล่ะซิน๊า จะให้พลาดได้อย่างไร

นาฬิกากุ๊กกู Cuckoo for cuckoos  นาฬิกาที่เรียกว่าเป็นของสะสมและเป็นสิ่งที่แสดงถึงฝีมือของช่างทำนาฬิกาของเยอรมันที่ได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลก และที่ดีที่สุดคือต้องมาจาก Black forest แม้แต่เราเดินทางไปเมืองข้างๆ เช่น สวิส ออสเตรีย ในร้านขายของฝากก็ยังมีนาฬิกากุ๊กกูของเยอรมันจำหน่าย แม้แต่เราเองยังชอบนับถอยหลังเวลาที่จะครบชั่วโมงแล้วคอยดูการแสดงโชว์จากนาฬิกาหลากหลายรูปแบบที่ออกมาเลย แอบบอกว่ามีหลากหลายราคามาก แต่โดยเฉลี่ย แบบที่มีนก หรือโชว์สนุกๆจากนาฬิกามานี่ เริ่มต้นมีหลักหลายพันบาทแน่นอนจ้า

Gummy bear เยอรมันคือบ้านเกิดของขนมเจลลี่ ขนมหมี หลากรสชาติ หลากสีสัน ที่เป็นที่โปรดปรานของเด็กๆ จากทั่วโลก  โดยเฉพาะรสเปรี้ยวๆ และขนมที่โด่งดังที่สุดของเยอรมันก็คือยี่ห้อ Haribo ที่รับประกันว่ามีให้เลือกมากมายมหาศาลจนที่ไหนในโลกไม่เหมือนแน่นอน และที่สำคัญคือถูกมากกก คุ้มมากกกก

เครื่องสำอาง เห็นอย่างนี้ประเทศเยอรมันนั้นก็ดังไม่น้อยในเรื่องของเครื่องสำอางนะคะ เพราะด้วยราคาที่ย่อมเยา คุณภาพดีแถมยังได้คืนภาษีอีก หูย มิน่าซื้อกันอลังการเลย มีหลายยี่ห้อเลยที่คุณห้ามพลาดไม่ว่าจะเป็น Balea, Nivea, Eucerin,Vichy, Sebamed, Catrice,La Roche-Posay,Dr. Hauschka,Essence และอีกมากมาย

เบียร์ แหม่เห็นด้วยกับทางเรามั้ยว่า เราอุตส่าห์มาตะลุยถึงเมืองเบียร์จะไม่พกเบียร์รสชาติดีๆ จากเยอรมันกลับไปฝากคนที่เมืองไทยหน่อยเหรอ ถ้าถามทางเราว่าเบียร์ที่เยอรมันนั้นมีกี่ยี่ห้อทางเราคงไม่สามารถตอบได้เพราะมันเยอะมาก!!! เพราะแต่ละร้านนั้นขายไม่เหมือนกันเลยยิ่งเราเดินทางก็จะยิ่งเห็นเบียร์หลากหลายยี่ห้อและรูปแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเบียร์ดำ เบียร์สด หรือเบียร์ที่กลั่นกันเองเลยแต่ละร้าน เรียกได้ว่าสวรรค์ชัดๆ

เยอรมัน การปกครอง

เยอรมัน การปกครอง 

เยอรมัน การปกครอง 

 

เยอรมัน การปกครอง – เยอรมนี (อังกฤษ: Germany; เยอรมัน: Deutschland ดอยฺชลันฺท) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (อังกฤษ: Federal Republic of Germany; เยอรมัน: Bundesrepublik Deutschland) เป็นสหพันธ์สาธารณรัฐแบบรัฐสภาในยุโรปกลาง มีรัฐองค์ประกอบ 16 รัฐมีพื้นที่ 357,021 ตารางกิโลเมตร และมีภูมิอากาศตามฤดูกาลแบบอบอุ่นเป็นส่วนใหญ่ มีประชากรประมาณ 82 ล้านคน ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในสหภาพยุโรป ประเทศเยอรมนีเป็นจุดหมายการเข้าเมืองยอดนิยมอันดับสองในโลกรองจากสหรัฐ เมืองหลวงและมหานครใหญ่สุดของประเทศคือ กรุงเบอร์ลิน ขณะที่เขตเมืองขยายใหญ่สุด คือ รัวร์ โดยมีศูนย์กลางหลักดอร์ทมุนท์และเอ็สเซิน นครหลักอื่นของประเทศ ได้แก่ ฮัมบวร์ค มิวนิก โคโลญแฟรงก์เฟิร์ต ชตุทท์การ์ท ดึสเซิลดอร์ฟ ไลพ์ซิช เบรเมิน เดรสเดิน ฮันโนเฟอร์ และเนือร์นแบร์ก

ประเทศนี้มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเชิงเสรีภาพและรัฐสวัสดิการ พรมแดนทางทิศเหนือติดทะเลเหนือ เดนมาร์ก และทะเลบอลติกทิศตะวันออกติดโปแลนด์และเช็กเกีย ทิศใต้ติดออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ทิศตะวันตกติดฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ มีเมืองหลวงและเมืองใหญ่ของประเทศคือเบอร์ลิน เยอรมนีมีประชากรประมาณ 80 ล้านคนและเป็นประเทศที่มีความหนาแน่นประชากรสูงสุดแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีคนย้ายถิ่นมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเยอรมนีเป็นปลายทางการย้ายถิ่นที่สองได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เยอรมนีเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรปและยังก่อตั้งสหภาพการเงินกับสมาชิกในสหภาพยุโรปอีก 17 ประเทศ โดยใช้ชื่อว่ายูโรโซน เยอรมนีเป็นสมาชิกของกลุ่ม  UNO, OECD, NATO, G7 และ G20 เยอรมนีเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อประเทศอื่นๆในยุโรปและเป็นประเทศที่มีความสามารถที่จะแข่งขันในระดับโลก

หากวัดจากผลผลิตมวลรวมภายในประเทศแบบปกติแล้ว เยอรมนีเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ในปี 2012 เป็นประเทศที่มีการนำเข้าส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับสาม ดัชนีการพัฒนามนุษย์ถือว่าสูงมาก

เยอรมนีตะวันออกและตะวันตก (ค.ศ. 1945–1990) หลังเยอรมนียอมจำนนแล้ว ฝ่ายสัมพันธมิตรก็ได้แบ่งกรุงเบอร์ลินและประเทศเยอรมนีออกเป็น 4 เขตในยึดครองทางทหาร เขตฝั่งตะวันตกซึ่งควบคุมโดยฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ได้รวมกันและจัดตั้งขึ้นเป็นประเทศที่ชื่อว่า “สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี” เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1949 ส่วนเขตทางตะวันออกซึ่งอยู่ในควบคุมของสหภาพโซเวียตได้จัดตั้งขึ้นเป็นประเทศที่ชื่อว่า “สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ทั้งสองประเทศนี้ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “ประเทศเยอรมนีตะวันตก” มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงบ็อน และ “ประเทศเยอรมนีตะวันออก” มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงเบอร์ลินตะวันออก

เยอรมนีตะวันตกมีการปกครองในระบอบสาธารณรัฐภายใต้รัฐสภากลาง และใช้ระบบเศรษฐกิจการตลาดเพื่อสังคม (Social Market Economy) เยอรมนีตะวันตกรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจำนวนมากตามแผนมาร์แชลล์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมของตน เศรษฐกิจของเยอรมนีตะวันตกฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนถูกเรียกว่า “ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจ” (Economic miracle) เยอรมนีตะวันตกเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในปี 1955 และเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ในปี 1957

เยอรมนีตะวันตกเป็นรัฐในกลุ่มตะวันออก (Eastern Bloc) ซึ่งตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองและทางทหารของสหภาพโซเวียต และยังเป็นรัฐร่วมภาคีในกติกาสัญญาวอร์ซอ และแม้ว่าเยอรมนีตะวันออกจะอ้างว่าตนเองปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่อำนาจทางการเมืองการปกครองทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของปลิตบูโรแห่งพรรคเอกภาพสังคมนิยมเยอรมนี (SED) ซึ่งมีหัวแบบคอมมิวนิสต์ นอกจากนี้ พรรคฯยังมีการหนุนหลังจาก “กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ “หรือที่เรียกว่า “สตาซี” (Stasi) อันเป็นหน่วยงานรัฐขนาดใหญ่ที่ควบคุมเกือบทุกแง่มุมของสังคม เยอรมนีตะวันออกใช้ระบอบเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์ อันเป็นระบบเศรษฐกิจที่ทุกอย่างถูกวางแผนโดยรัฐ

ที่หน้าประตูบรันเดินบวร์ค ผู้คนออกมาชุมนุมยินดีต่อการพังทลายลงของกำแพงเบอร์ลินในปี 1989 ชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมากพยายามข้ามไปยังเยอรมนีตะวันตกเพื่ออิสรภาพและชีวิตที่ดีกว่า ทำให้เยอรมนีตะวันออกตัดสินใจสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นมาเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน กำแพงเบอร์ลินถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 1961 กำแพงแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสงครามเย็นระหว่างฝ่ายเสรีกับฝ่ายคอมมิวนิสต์  การพังทลายลงของกำแพงเบอร์ลินในปี 1989 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ นำมาซึ่งการรวมประเทศเยอรมนีในปีถัดมา ก่อนที่จะตามมาด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปีให้หลัง

เยอรมัน สกุลเงิน

เยอรมัน สกุลเงิน 

เยอรมัน สกุลเงิน 

 

เยอรมัน สกุลเงิน เยอรมันมาร์ค (DEM) ล้าสมัยไปแล้ว มันถูกแทนที่ด้วยยูโร (EUR) เมื่อ 1 มกราคม 1999  หนึ่ง EUR เทียบเท่ากับ 1.95583 DEM ยูโร (EUR) และ บาทไทย (THB) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราคำนวณการแปลง บาทบนบกไทย (บาท) เป็นสกุลเงินในชีวิตประจำวันใช้ในการซื้อสินค้าและบริการในประเทศไทย รัฐบาลไทยได้วางข้อ จำกัด ในการซื้อขายสกุลเงินกับประเทศอื่น ๆ เพื่อ จำกัด การเก็งกำไรในสกุลเงิน ธนาคารในสาธารณรัฐเช็ก (ธนาคารที่อยู่นอกประเทศไทย) จะไม่สามารถเปลี่ยนเงินบาทกับสกุลเงินต่างประเทศ พวกเขาแทนที่จะต้องแลกเปลี่ยนสำหรับเงินไทยออฟชอร์ (THO) บาทในต่างประเทศจะเก็บภาษีได้โดยรัฐบาลไทย สกุลเงิน มาร์คเยอรมัน และ บาทไทย นี้ปรับปรุงล่าสุดกับอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2019 ใส่จำนวนที่จะแปลงในกล่องทางด้านซ้ายของ มาร์คเยอรมัน. ใช้ "สกุล Swap" เพื่อให้ บาทไทย สกุลเงินเริ่มต้น คลิกที่ บาทไทย หรือ Marks เยอรมัน การแปลงระหว่างสกุลเงินที่และทุกสกุลเงินอื่นๆ

มาร์คเยอรมันเป็นสกุลเงินที่ใช้ในประเทศเยอรมนี (DE, DEU). บาทไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในประเทศประเทศไทย (TH, THA). มาร์คเยอรมัน ที่รู้จักกันว่า Deutschmark, และ ทำเครื่องหมายว่าดอยช์. บาทไทย ที่รู้จักกันว่า บาท, และ บาทบนบก. สัญลักษณ์สำหรับ THB สามารถเขียนได้ Bht, และ Bt. บาทไทย แบ่งออกเป็น 100 stang. อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับ มาร์คเยอรมัน ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2019 จาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ. อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับ บาทไทย ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2019 จาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ. DEM ปัจจัยที่มีการแปลง 6 เลขนัยสำคัญ THB ปัจจัยที่มีการแปลง 6 เลขนัยสำคัญ

เงินยูโร (ใช้สัญลักษณ์ว่า € รหัสธนาคาร EUR) คือสกุลเงินของ 19 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยรวมกันเรียกว่ายูโรโซน (Eurozone – เขตยูโร) เงินยูโรเป็นผลมาจากความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจที่ได้รับการพัฒนาในยุโรปมาตั้งแต่ยุคสมัยโรมัน แม้กระนั้นเงินยูโรก็ยังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปเหมือนกับเป็นการค้าขายสำหรับตลาดของยุโรป อำนวยความสะดวกในการค้าขายแลกเปลี่ยนอย่างอิสระภายในยูโรโซน โดยเงินสกุลนี้ยังได้รับการดูแลจากผู้ก่อตั้ง ให้เป็นส่วนสำคัญของโครงการของการการรวมอำนาจทางการเมืองของยุโรป เงินยูโรยังสามารถใช้ในการชำระหนี้ในอาณาเขตนอกสหภาพยุโรปบางแห่ง ได้แก่ ประเทศโมนาโก ประเทศซานมารีโน และนครรัฐวาติกัน ซึ่งเคยใช้ฟรังก์ฝรั่งเศสหรือลีราอิตาลีเป็นสกุลเงินทางการ ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาใช้สกุลยูโรแทนและได้รับสิทธิ์ในการผลิตเหรียญในสกุลยูโรในจำนวนเงินน้อย ๆ แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปก็ตาม นอกจากนี้แล้วยังมีประเทศอันดอร์รา มอนเตเนโกร และดินแดนคอซอวอในประเทศเซอร์เบียที่สามารถใช้เงินยูโรได้ 1 ยูโร สามารถแบ่งได้เป็น 100 เซนต์ (เหมือน 1 บาทไทย แบ่งได้ 100 สตางค์) ซึ่งมีเหรียญและธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนในระบบในปัจจุบัน ในเหรียญนั้น ด้านหัว ใน 13 ประเทศที่ใช้จะมีด้านหัวที่แตกต่างกันไปตามการออกแบบของประเทศตน แต่ด้านก้อยในทุกประเทศที่ใช้หน่วยเงินยูโรจะเหมือนกัน โดยเหรียญที่ใช้หมุนเวียนทั่วไป ธนบัตรในหน่วยยูโรจะผลิตจากใยฝ้ายบริสุทธิ์ ธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนในปัจจุบันมี 7 ชนิด

ประเทศที่ใช้ยูโรเป็นสกุลเงินประจำชาติ ฝรั่งเศส ,เยอรมนี ,ไอร์แลนด์ ,อิตาลี ,ลักเซมเบิร์ก , เนเธอร์แลนด์ ,โปรตุเกส ,สเปน ,ออสเตรีย ,เบลเยียม ,ฟินแลนด์ ,กรีซ ,สโลวีเนีย ,ไซปรัส ,มอลตา ,สโลวาเกีย ,เอสโตเนีย ,ลัตเวีย ,ลิทัวเนีย

 

เยอรมัน ที่เที่ยว 

เยอรมัน ที่เที่ยว ไปไหนดี

เยอรมัน ที่เที่ยว 

 

เยอรมัน ที่เที่ยว ไปไหนดี – เยอรมัน อีกหนึ่งประเทศยอดฮิตในยุโรปที่ควรหาโอกาสไปเยือนซักครั้งในชีวิต ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของยุโรป และเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรปด้วยสกุลเงินในเยอรมันจึงเป็นยูโร เศรษฐกิจที่นี่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มีการนำเข้าส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 แถมดัชนีพัฒนาการมนุษย์นั้นก็สูงเอามากๆ เลยทีเดียว ความเจริญของเยอรมัน สถาปัตยกรรม กับภูมิประเทศที่ตั้งซึ่งเต็มไปด้วยที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามนั้น ได้ดึงดูดใจผู้คนจากทั่วโลกให้อยากไปท่องเที่ยวเยอรมันอย่างไม่ขาดสาย ไม่เพียงเท่านี้ การท่องเที่ยวเยอรมันนั้น จะไปฤดูใดก็มีสถานที่เที่ยวสวยๆ ให้เราไปเยือน

เบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์ อดีตสัญลักษณ์สำคัญของการแบ่งโลกเป็นสองขั้วอำนาจ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำสปรีและฮาเฟลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี โอบล้อมด้วยรัฐบรานเดนบวร์ก มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่โลกต้องจดจำ เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เบอร์ลินได้ถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ และในช่วงภาวะตึงเครียดของสงครามเย็น กำแพงเบอร์ลินก็ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกั้นเขตแดนแบ่งความเป็นเยอรมันตะวันตกและเยอรมันตะวันออก เรียกว่าเมื่ออย่างเข้าสู่เบอร์ลินคุณจะได้สัมผัสถึงร่องรอยแห่งอดีตที่หลงเหลือไว้เป็นสถาปัตยกรรมอันงดงามมากมายหลายแห่ง หนึ่งแห่งที่สำคัญและหากมาแล้วไม่ไปเยือนก็เหมือนว่ามาไม่ถึงเบอร์ลิน ก็คือ ประตูบรานเดนบวร์ก (Brandenburger Tor) สัญลักษณ์สำคัญของเมือง ที่ยังหลงเหลือเส้นแนวกำแพงเดิมให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เห็นถึงอดีตอันเลวร้ายของสงคราม นอกจากสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่น่าไปเยือนแล้ว เบอร์ลินยังมีศูนย์กลางความบันเทิงอันทันสมัยอย่างหอโทรทัศน์แฟร์นเซทวร์ม (Fernsehturm) ที่อเล็กซานเดอร์พลาทซ์ (Potsdamer Platz) อาคารที่สูงเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป คุณสามารถมองเห็นหอโทรทัศน์แห่งนี้ได้จากเกือบทุกเขตศูนย์กลางของเมือง นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปนั่งรับประทานอาหารกินลมชมวิวเมืองเบอร์ลินกันแบบชิลๆ

มิวนิค (Munich) เมืองที่ได้รับการขนานนามเป็นเมืองหลวงแห่งเบียร์เยอรมัน อยู่ทางใต้ของประเทศ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เบียร์ เมืองแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในประเทศเยอรมนีเชียวนะ และยังเป็นบ้านของทีมฟุตบอลมืออาชีพที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกอีกต่างหาก มิวนิคเป็นเมืองที่ร่ำรวยศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบบารอก เต็มไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายของวัฒนธรรมแบบบาวาเรียนแท้ๆ เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่เขตเมืองมิวนิค คุณจะได้เห็นโบสถ์รูปทรงโดมแฝดคู่หนึ่ง สูงตระหง่านท่ามกลางท้องฟ้ากว้าง โบสถ์แห่งนี้มีชื่อว่า โบสถ์เฟราเอ่นเคียร์ชเช่อ (Frauenkirche) โกธิก โบสถ์พระแม่มารีทรงหัวหอมคู่ที่ใหญ่ที่สุดในมิวนิก สร้างตามแบบฉบับโกธิก เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ไม่คืและด้วยความเป็นเมืองหลวงแห่งเบียร์ มาเยือนมิวนิคทั้งทีต้องไม่พลาดชมโรงเบียร์แบบพื้นเมืองเยอรมันฮอฟบราวเฮาส์ ที่ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสพลาตเซิลในตัวเมืองมิวนิค และหากมาช่วงกลางเดือนกันยายนเป็นต้นไป คุณจะมีโอกาสได้เข้าร่วมงานเทศกาลเบียร์เยอรมัน อ็อกโทเบอร์เฟสต์(Oktoberfest) เทศกาลเบียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นทุกปี

แฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) เมืองแห่งศูนย์กลางการเงิน ตั้งอยู่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ ทางตะวันตกของประเทศ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคารของโลก รวมถึงเป็นที่ตั้งของธนาคารกลางยุโรป ตลาดหลักทรัพย์ของเยอรมนี และสถาบันการเงินนานาชาติอีกกว่า 300 แห่ง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ตจัดเป็นสนามบินที่มีความคับคั่งของการจราจรทางอากาศมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะเมืองแห่งนี้ได้เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสนามบินและรถไฟ ทำให้คุณสามารถเดินทางเข้าออกจากเมืองนี้ไปยังเมืองต่างๆ ของเยอรมันได้อย่างง่ายดาย

เยอรมนี เป็นประเทศในฝันของนักเดินทางท่องเที่ยวหลายต่อหลายคน เนื่องจากมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม และทางสถาปัตยกรรมอันสวยงาม รวมไปถึงอาหารท้องถิ่น ซึ่งที่นี่ก็เต็มไปด้วยเมนูแสนอร่อยที่ใครมาก็ต้องชิม วันนี้ มัชรูมทราเวล ก็เลยขอเอาใจคนชอบกินด้วยการแนะนำ จะมีเมนูไหนบ้างตามมาดูกันค่ะ

อาหารเยอรมัน เมนูแรกที่เราคุ้นกันดีในชื่อ ขาหมูเยอรมัน นั่นเอง ปกติเวลาสั่งทานที่เมืองไทย สั่งขาหมูเยอรมันมา 1 จาน ทานกันได้หลายคนเลยใช่ไหมคะ แต่วัฒนธรรมการกินขาหมูเยอรมันของที่นี่คือ 1 คนต่อ 1 จาน

ไส้กรอกขาว อาหารเยอรมัน พื้นเมืองของแคว้นบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี ทำจากเนื้อลูกวัว เบคอน ปรุงรสชาติด้วยพาสลีย์ หัวหอม มะนาว และกระวาน โดยจะนำไส้กรอกมาต้ม เวลาทานก็จะเอาเปลือกออก เนื่องจากเปลือกมีความเหนียวมาก หากกินเข้าไปจะทำให้กระเพาะไม่ย่อย สำหรับไส้กรอกขาวนี้ชาวเยอรมันจะนิยมทานก่อนเที่ยงเท่านั้น เพราะเป็นไส้กรอกที่ให้พลังงานมาก

German Meat Rolls หรือ เนื้อวัวแผ่นใส่ใส้ผักและเบคอนม้วน เป็นอาหารที่คนเยอรมันนิยมรับประทาน โดยเป็นการนำเนื้อวัวมาห่อใส่ไส้ ผักดอง หอมหัวใหญ่ แครอท มัสตาร์ด เบคอน หรือจะใส่เนื้อสับผสมเข้าไปด้วย แล้วราดด้วยน้ำเกรวี่ เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งบดและกะหล่ำปลีดอง หรือ มักกะโรนี รสชาติเนื้อก็จะชุ่มฉ่ำมาก อร่อยสุดๆ

เป็นไงกันบ้างค่ะสำหรับที่เที่ยวและอาหารของเยอรมัน น่ากินน่าเที่ยวกันบ้างมั้ยเอ่ย

เยอรมัน นาฬิกา

เยอรมัน นาฬิกา ในตำนาน

เยอรมัน นาฬิกา

 

เยอรมัน นาฬิกา ในตำนาน – เยอรมนีเป็นประเทศเก่าแก่อีกประเทศหนึ่งซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของนาฬิกาแบรนด์ดังสุดเก่าแก่มากมาย หลายแบรนด์ก็เป็นที่คุ้นหูคนไทย เช่น A.Lange & Sohne แบรนด์ที่เป็นหนึ่งในความสุดยอดของกลไกและการขัดแต่ง หรือ Glashutte Original กับเอกลักษณ์การแสดงผลอันโดดเด่น เป็นต้น และแบรนด์เยอรมันอีกแบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นเวลากว่า 150 ปีแล้วก็คือ แบรนด์ที่มีชื่อว่า JUNGHANS (ยุงค์ฮันส์) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังถึงประวัติความเป็นมาให้ทราบกันค่ะ

JUNGHANS ก่อตั้งโดยชายชื่อ Erhard Junghans ในปี ค.ศ.1861 โดยเป็นโรงงานผลิตส่วนประกอบนาฬิกาคล็อก ภายใต้ชื่อ Zeller & Junghans มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณหุบเขา Lauterbach ในแถบที่เรียกว่า Black Forest อันเป็นแหล่งผลิตนาฬิกาคล็อกชั้นดีของเยอรมนีในสมัยโบราณ ชิ้นส่วนที่เริ่มผลิตก็คือพวกตู้ไม้ เพลทบรอนซ์ มือจับ ประตูกระจก ลวดตะขอ บานพับ และตุ้มนาฬิกา สำหรับนาฬิกาตั้งและนาฬิกาแขวน ปีถัดมาก็เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Gebrüder Junghans และขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จนในปี 1866 Erhard ก็ได้นำเสนอนาฬิกาที่ทางบริษัทผลิตขึ้นเองถึง 3 แบบด้วยกัน คือ นาฬิกาตั้งโต๊ะแบบเพนดูลัม (ตุ้มเหวี่ยง) นาฬิกาเรกูเลเตอร์แบบมีเสียง ขับเคลื่อนด้วยสปริง และนาฬิกาแขวนผนังที่ใช้ระบบบาลานซ์แทนตุ้มเหวี่ยง ในปีถัดมาเมื่อนาฬิกาเหล่านี้ออกขายก็ได้ทำให้นาฬิกาคล็อกระดับมาตรฐานของอเมริกันที่ครองตลาดในยุโรปอยู่ต้องสะดุ้งสะเทือนไปเลยทีเดียว นาฬิกาคล็อกสไตล์อเมริกันที่ JUNGHANS ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีแบบโรงงานสมัยใหม่ที่ศึกษาระบบมาจากอเมริกานั้นได้รับความนิยมอย่างสูงในเวลาอันรวดเร็วจนมีกำลังการผลิตถึงปีละ 16,000 เรือนในปี 1869 เขาเสียชีวิตในปี 1870 ด้วยวัยเพียง 47 ปีด้วยอาการเจ็บป่วยด้านลำคอ ในขณะที่บริษัทของเขาซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรม Schramberg มีพนักงานกว่าร้อยคนและผลิตนาฬิกาคล็อกได้ถึงวันละ 80-100 เรือน ได้กลายเป็นผู้นำแห่งการผลิตนาฬิกาคล็อกสมัยใหม่ในเยอรมนีและเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญยิ่งของเขต Schramberg หลังจาก Erhard เสียชีวิต ผู้รับหน้าที่ดูแลบริษัทต่อก็คือ Luise Junghans-Tobler ภรรยาของเขา ก่อนที่จะมอบหน้าที่นี้ให้กับ Paul Landenberger ผู้ที่เข้าร่วมงานกับ Erhard มาตั้งแต่ปี 1869 เมื่อได้แต่งงานกับลูกสาวของเธอ Frieda Junghans ในปี 1872 ต่อมาในปี 1874 เขาก็สละตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ Junghans และไปร่วมก่อตั้งโรงงานนาฬิกาชื่อ Landenberger & Lang ณ แถบหุบเขา Göttelbach ในปี 1875 และกลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญของ JUNGHANS แทน ส่วนผู้ที่มาบริหารงานของ JUNGHANS ต่อก็คือ Erhard และ Arthur Junghans ผู้เป็นลูกชายของ Erhard ผู้พ่อนั่นเอง Arthur นั้นร่ำเรียนมาทางวิศวกรรม เขาจึงรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคด้วยโดยได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และมีการจดสิทธิบัตรทั้งผลิตภัณฑ์และเครื่องจักรที่เขาคิดขึ้นมากว่า 200 สิทธิบัตรด้วยกัน และก็เป็นการเริ่มต้นของสิทธิบัตรจำนวนมหาศาลของ JUNGHANS ซึ่งรวมจนถึงปัจจุบันมีมากกว่า 3,000 สิทธิบัตรแล้ว และในทศวรรษที 1880 นั้นเอง JUNGHANS ก็ได้กลายเป็นผู้ผลิตนาฬิกาคล็อกที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีด้วยจำนวนพนักงาน 1,000 ชีวิตที่ผลิตนาฬิกาได้ถึงหนึ่งล้านเรือนต่อปีโดยมีผลิตภัณฑ์ที่สำคัญคือ นาฬิกาเรกูเลเตอร์ขับเคลื่อนด้วยสปริงและนาฬิกาปลุก ต่อมาปี 1876 นาฬิกาอินเฮ้าส์แบบแรกที่ JUNGHANS คิดค้นและผลิตขึ้นด้วยตัวเองก็ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยเป็นนาฬิกาปลุกซึ่งสร้างตามหลักการของอเมริกัน เครื่องอินเฮ้าส์นี้เรียกขานว่าเครื่อง No.10 ซึ่งก็ได้ผลิตจำหน่ายอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทศวรรษที่ 1930 ส่วนนาฬิกาพกเรือนแรกของ JUNGHANS นั้นถูกผลิตขึ้นในปี 1886 หลังจากที่ใช้เวลาในการพัฒนาถึง 3 ปีด้วยกัน แต่นาฬิกาพกที่สร้างชื่อเสียงให้กับ JUNGHANS เป็นอย่างมากนั้นออกจำหน่ายในปี 1910 โดยเป็นนาฬิกาพกที่มีการใช้แร่เรเดียมแต้มลงบนหลักชั่วโมงและเข็มเพื่อให้เรืองแสงในที่มืด เดินด้วยเครื่อง Calibre J9 ต่อด้วยนาฬิกาพกแบบปลุกได้ในปี 1911 ซึ่งใช้เครื่อง Calibre J10 ด้วยการผลิตนาฬิกาพกนี้เองที่ทำให้ JUNGHANS ขยายกำลังการผลิตไปถึง 4.2 ล้านเรือนต่อปี จาก 9 โรงงาน โดยพนักงาน 4,575 คน ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยใช่มั้ยคะ

เยอรมันตะวันตก

เยอรมันตะวันตก เมืองสำคัญที่น่ารู้

เยอรมันตะวันตก

 

เยอรมันตะวันตก เมืองสำคัญที่น่ารู้ – เยอรมนีตะวันตก (อังกฤษ: West Germany) เป็นคำเรียกอย่างไม่เป็นทางการของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในช่วงปี ค.ศ. 1949 ถึง 1990 ซึ่งในช่วงเวลานี้ มีอีกรัฐเยอรมันดำรงอยู่อีกรัฐหนึ่ง คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี (เยอรมนีตะวันออก) เมืองหลวงของเยอรมนีตะวันตกคือบ็อน ปัจจุบันในบางครั้งชาวเยอรมันเรียกเยอรมนีตะวันตกว่าสาธารณรัฐบ็อน (die Bonner Republik) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก) รวมประเทศกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี (เยอรมนีตะวันออก) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2533

เตรียมกระเป๋าเดินทางไปทัวร์เยอรมัน เยือนสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย เยี่ยมชมปราสาทสวยชวนฝัน มรดกโลก จิบเบียร์ฟินทิวทัศน์ ณ เมืองดัง หากคุณกำลังคิดอยากไปเที่ยวเยอรมัน แดนในฝันแห่งยุโรปกลาง แต่เลือกไม่ถูกว่าจะไปเมืองไหนดี  ขอแนะนำเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตในเยอรมันที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสวยน่าจดจำ รับรองว่าคุ้มค่าต่อการเดินทางไปเที่ยวเยอรมัน จนคุณอยากลับมารีวิวเที่ยวเยอรมันเองให้ใครต่อใครฟังเลยล่ะ เยอรมัน อีกหนึ่งประเทศยอดฮิตในยุโรปที่ควรหาโอกาสไปเยือนซักครั้งในชีวิต ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของยุโรป และเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรปด้วยสกุลเงินในเยอรมันจึงเป็นยูโร เศรษฐกิจที่นี่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มีการนำเข้าส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 แถมดัชนีพัฒนาการมนุษย์นั้นก็สูงเอามากๆ เลยทีเดียว ความเจริญของเยอรมัน สถาปัตยกรรม กับภูมิประเทศที่ตั้งซึ่งเต็มไปด้วยที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามนั้น ได้ดึงดูดใจผู้คนจากทั่วโลกให้อยากไปท่องเที่ยวเยอรมันอย่างไม่ขาดสาย ไม่เพียงเท่านี้ การท่องเที่ยวเยอรมันนั้น จะไปฤดูใดก็มีสถานที่เที่ยวสวยๆ ให้เราไปเยือน

เมืองบ็อน (เยอรมัน: Bonn) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 19 ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร ทางใต้ของโคโลญ บนแม่น้ำไรน์ในรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน บ็อนเคยเป็นเมืองหลวงของอดีตประเทศเยอรมนีตะวันตก ในช่วง ค.ศ. 1949 ถึง ค.ศ. 1990และเป็นที่ตั้งอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจนถึง ค.ศ. 1990 เริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1998 องค์กรรัฐบาลแห่งชาติหลายแห่งได้ย้ายจากบ็อนไปเบอร์ลิน สภาทั้งสองแห่งของรัฐสภาแห่งชาติเยอรมัน คือ บุนเดิสทาค (Bundestag – สภาล่าง) และบุนเดิสราท (Bundesrat – สภาสูง) ได้ย้ายไป พร้อมกับสำนักนายกรัฐมนตรี (Chancellery) และบ้านพักประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม บ็อนยังคงเป็นศูนย์กลางการเมืองและการปกครองแห่งหนึ่งอยู่ ประมาณครึ่งหนึ่งของตำแหน่งงานในรัฐบาลไม่ได้ย้ายไปไหน เนื่องจากหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งยังคงอยู่ที่บ็อนและหน่วยงานระดับเล็กกว่ากระทรวงจำนวนมากได้ย้ายมาจากเบอร์ลินและส่วนอื่น ๆ ของเยอรมนีเพื่อเป็นการแสดงความสำคัญ เมืองหลวงเก่าแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า นครสหพันธ์ (Bundesstadt)

ในปี ค.ศ. 1969 เขตบาทโกเดิสแบร์คและเขตบ็อยเอิล และอีกหลายเขตถูกผนวกเข้ากับเขตเทศบาลกรุงบ็อน จากการผนวกครั้งนี้ยังผลให้เขตเทศบาลมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าสองเท่าของขนาดพื้นที่เดิม จึงทำให้เขตบาทโกเดิสแบร์คและเขตบ็อยเอิล กลายมาเป็นเขตเทศบาลนคร (Stadtbezirke) และยังได้รับสิทธิปกครองตนเองบางส่วนกับจำนวนประชากรประมาณ 70,000 คน ในทั้งสองเขต ซึ่งในแต่ละเขตเทศบาลนครก็ยังมีแขวงเป็นของตนเองอีก ดังนี้ บาทโกเดิสแบร์ค ,บ็อยเอิล ,บ็อน ,บ็อน

การคมนาคม บ็อนเชื่อมกับทางหลวงสหพันธ์ (เอาโทบาน) 3 เส้น และเครือข่ายรถไฟ ด็อยท์เชอบาน รถไฟสาย InterCityExpress จำนวนหนึ่ง และสาย InterCity เกือบทั้งหมดให้บริการที่สถานีบ็อน เฮาพท์บาฮ์นฮอฟ

สนามบินนานาชาติของบ็อนคือสนามบินโคโลญบ็อน ซึ่งเชื่อมกับเมืองในยุโรปหลายเมือง และมีเที่ยวบินตรงไปท่าอากาศยานนานาชาตินูอาร์ก ลิเบอร์ตี รัฐนิวเจอร์ซีย์, สหรัฐอเมริกา โดยสายการบินคอนติเนนตัลแอร์ไลน์

1 2