เยอรมัน บอล

เยอรมัน บอล นักเตะตัวเก็งของประเทศเยอรมัน

เยอรมัน บอล 

 

เยอรมัน บอล นักเตะตัวเก็งของประเทศเยอรมัน อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า เหล่านักฟุตบอลจากประเทศเยอรมนี นั้นมักจะมีสไตล์การเล่นโดดเด่นและฝีเท้าเป็นเลิศเสมอ ซึ่งหลายคนก็มาประสบความสำเร็จได้ในการแข่งขันระดับโลก วันนี้มาดูกันว่าในยุคของ  มีนักฟุตบอลสัญชาติเยอรมัน คนไหนบ้างที่สามารถทำประตูได้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่ตำแหน่งกองหน้าอย่างเดียวเท่านั้นซะด้วย เลื่อนตามลงไปดูได้เลย

นักเตะตัวเก็งของประเทศเยอรมัน คือ โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมัน) แนวรุกวัย 28 ปี บอกได้เลยว่านี่คือเจ้าพ่อแห่งฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์ มุลเลอร์ สามารถแจ้งเกิดให้กับตนเองได้ในฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ในบทบาทของศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมัน และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอล และโค้ชต้องผิดหวัง ด้วยการคว้าตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับ ดาบิด บีญ่า ของ สเปน, เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ ของ เนเธอร์แลนด์ และดิเอโก้ ฟอร์ลัน ของ อุรุกวัย หลังจากนั้นเขาก็แสดงศักยภาพให้ของตัวเองออกมาให้เห็นว่าเขาคือ ผู้เล่นที่เอาไว้จบสกอร์ขนานแท้ ในช่วงหลังเรามักจะเห็นทีมชาติเยอรมันใช้ มุลเลอร์ ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า และเขาก็มีเพื่อนร่วมทีมที่คอยจ่ายบอลให้ทำประตูอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น เมซุต โอซิล, มาร์โก้ รอยส์, โทนี่ โครส เป็นต้น

นักเตะตัวเก็งของประเทศเยอรมัน คือ  โทนี่ โครส กองกลางพรสวรรค์สูงชาวเยอรมันของ เรอัล มาดริด จ่าฝูง ลา ลีกา สเปน ออกมายอมรับว่า เขาดีใจที่ตัดสินใจถูกต้อง ที่เลือกย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด แทนที่จะย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปีศาจแดงแห่งอังกฤษ หลังเคยต้องคิดอย่างนักว่าจะเลือกย้ายไปทีมไหน เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เล่นได้สมราคายอดทีมระดับโลก เอาชนะ ซาน ลอเรนโซ่ ยอดทีมแชมป์ทวีปซึ่งเป็นตัวแทนจากอเมริกาใต้ ไปด้วยสกอร์ 2-0 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ณ ประเทศโมร็อกโก เมื่อคืนวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา โครส กล่าวว่า “ผมมีความสุขดีที่ได้แชมป์สโมสรโลกเป็นครั้งที่ 2 ถ้วยรางวัลนี้คู่ควรกับ เรอัล มาดริด พวกเราคือคือครอบครัวที่ยอดเยี่ยม”  “ผมตัดสินใจเลือก เรอัล มาดริด และตอนนี้ผมมีความสุขมาก ผมคิดถูกที่ย้ายมา มาดริด ก่อนที่ผมจะมาที่นี่ ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ผมก็ตัดสินใจที่จะมาร่วมทีม”

นักเตะตัวเก็งของประเทศเยอรมัน คือ  ผู้รักษาประตูคือไททัน คงไม่มีชนชาติที่จะสร้างผู้รักษาประตูฝีมือยอดเยี่ยมได้เท่าเยอรมนีอีกแล้ว ตั้งแต่โทนี่ ทูเร็ค ที่ช่วยทีมชาติเยอรมันในการแข่งฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 1954 ให้เอาชนะอังการีและเป็นแชมป์โลกได้ จนมาถึงโอลิเวอร์ คาห์น ผู้ได้รับฉายา ไททัน และมานูเอล นอยเนอร์ กัปตันทีมชาติและแชมป์บอลโลกคนปัจจุบัน ในเยอรมนี ผู้รักษาประตูเป็นที่รักของทุกคน หนึ่งในตำนานผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของเยอรมนีนั้นเคยแทบไม่เป็นที่รู้จักเลยในประเทศขณะที่เขายังเป็นนักเตะอยู่เขาคือ แบร์ท เทราห์มันน์ จากเบรเมน ทหารเชลยศึกที่ถูกอังกฤษจับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังได้รับการปล่อยตัว เขาไม่ได้กับบ้านแต่ยังคงอยู่ที่อังกฤษและได้ลงเล่นให้สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 500 ครั้ง และได้รับรางวัลนักฟุตบอลแห่งปีใน ค.ศ. 1656 และกลายเป็นตำนานในปี 1956 ขณะที่ลงเล่นนัดชิงแชมป์ในการแข่งขัน FA CUP ที่อังกฤษ

นักเตะตัวเก็งของประเทศเยอรมัน คือ  ลีออน โกเรทซ์ก้า เกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2538 ชาวเยอรมนี ปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนีสโมสรชัลเดอ 04 ตำแหน่งกองกลาง 15 ตุลาคม 2553 โกเรทซ์ก้าทำให้ชาติเยอรมนี U-16 เปิดตัวทีมฟุตบอลของเขาในมิตรกับไอร์แลนด์เหนือและเขาทำคะแนนในชัยชนะ 3-2 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2554 โกเรทซ์ก้าทำทีมชาติเยอรมัน U-17 เปิดการแข่งขันในชัยชนะ 4-0 และในเดือนพฤษภาคม 2018 เขาถูกเสนอชื่อในเบื้องต้นของเยอรมนีในทีมฟุตบอลโลก 2018 ในรัสเซีย

นักเตะตัวเก็งของประเทศเยอรมัน คือ   โธมัส มุลเลอร์ นั้นเกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลโลก  2 หนหลังสุดเขายิงไปถึง 10 ลูก และเป็นตัวที่เยอรมันฝากความหวังได้เสมอ อย่างไรก็ตามในเวอร์ชั่นปี 2018 มุลเลอร์ ที่ยักเเย่ยักยันมาตั้งแต่ผลงานกับ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาล 2017-18 คือสัญญาณเตือน โยอาคิม เลิฟ ก่อนฟุตบอลโลกที่รัสเซียจะเริ่มขึ้น  มุลเลอร์ ถูก เลิฟ ส่งไปประจำการริมเส้นฝั่งขวาในเกมแรก และไม่มีครั้งใดเลยที่เขาสามารถเลี้ยงกินตัวเอาชนะแบ็คซ้ายของทัพจังโก้ได้ นอกจากนี้ทีเด็ดขึ้นชื่อของเขาอย่างการ “แอบยิง” โดยการอาศัยจังหวะเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษและยืนถูกที่ถูกเวลาก็หายไปหมด  ขณะทีเกมที่สอง มุลเลอร์ ได้อิสระในการเล่นเกมรุกมากขึ้น เขากระจายไม่ทั่วทุกพื้นที่ของสนามแต่ก็ยังไร้ประสิทธิภาพจนทำให้เกมสุดท้ายที่พ่ายเกาหลีใต้ มุลเลอร์ โดนดรอปเป็นตัวสำรอง และเมื่อถูกเปลี่ยนลงมาก็ใช่ว่าสร้างความแตกต่างอะไรได้ นี่คือฟุตบอลโลกที่ มุลเลอร์ หมดฟอร์มมากที่สุด ไร้ประตูไร้แอสซิสต์ เลี่ยงไใาผ่านคู่แข่งเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอด 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม